“ณัฏฐ์” แจงไม่ได้มีเจตนาตบต่อยทำร้ายแฟนเก่า อ้างเป็นอุบัติเหตุ มือพลาดไปโดนหน้าฝ่ายหญิงขณะทะเลาะกัน เผยจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 5 แสน แต่ยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนยินดีรับไม่คิดหนี ยันไม่สู้คดีต่อเพราะอยากให้เรื่องจบ เปรยเรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่มีผลกระทบต่องาน วอนขอโอกาสจากสังคมที่มองตนไม่ดีไปแล้วอีกครั้ง พร้อมแนะวัยรุ่นทะเลาะกันควรคุยด้วยเหตุผล
เกี่ยวกับกรณีที่ดาราหนุ่มค่ายเอ็กแซ็กท์วัย 27 ปี “ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” จากละคร “เซน สื่อรักสื่อวิญญาณ” ถูกศาลพิพากษาตัดสินให้จำคุก 2 ปี ในคดีใช้กำลังประทุษร้ายน.ส.มาริสา สุธรรมพงษ์ ด้วยการตบหน้า 1 ครั้ง และต่อยหน้าอีกทำให้ผู้เสียหายกระดูกจมูกร้าว มีเลือดกำเดาไหล โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.49 แต่ดาราหนุ่มได้ให้การรับสารภาพ ศาลเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมมีการคุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปีนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (29 ก.ค.) ที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ เอสพลานาด รัชดาฯ “ณัฏฐ์” ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยเจ้าตัวขออุบรายละเอียดอ้างไม่อยากรื้อฟื้น บอกแต่เพียงว่าไม่ได้มีเจตนาประทุษร้ายผู้เสียหาย แต่เป็นอุบัติเหตุ
“ผมขอเข้าประเด็นเลย แต่ไม่ขอรื้อฟื้นในรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันผ่านไปแล้ว และผมก็ให้คำให้การกับศาลไปแล้ว แต่จะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คือในวันเกิดเหตุเป็นเรื่องราวของผมกับแฟนเก่าที่เกิดขึ้นมาเกือบ 5 ปีแล้ว และสถานที่เกิดเหตุคืออยู่ในรถ ซึ่งเป็นสถานที่ค่อนข้างแคบ ส่วนจะอยู่แถวไหนก็ไม่ขอพูดถึง คือเราก็ได้มีการทะเลาะกันตามประสาวัยรุ่น ตอนนั้นอายุยังน้อยผมไปหึงเขา และเกิดมีการยื้อแย่งโทรศัพท์ ยื้อกันไปมาจนทำให้เกิดการพลาดพลั้ง และมือไปโดนหน้าเขาทำให้เขาบาดเจ็บ”
“ก็ขอยืนยันนะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนา ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาจริงๆ มือผมไปโดนหน้าเขาแค่ทีเดียว แต่ขอไม่พูดถึงรายละเอียด ผมพูดตรงๆ ว่า ไม่ได้มีเจตนาจะไปทำร้ายใครอยู่แล้ว ถ้าทุกคนรู้จักผมดี จะรู้ว่าผมไม่ใช่คนก้าวร้าว หรือเป็นคนที่จะไปทำร้ายใคร ขอย้ำจริงๆ อีกครั้งว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เราไม่ได้มีเจตนา”
“ซึ่งพอเกิดเหตุการณ์ปุ๊บผมก็ตกใจมาก ก็รู้สึกเสียใจและรีบพาเขาไปโรงพยาบาล จากนั้นผมก็พาเขากลับมารักษาปฐมพยาบาลที่บ้าน และดูแลเขาอย่างดี คือทุกคนรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ประเด็นคือพอพ่อแม่ของฝ่ายหญิงทราบ เขาก็ไม่พอใจเลยไปฟ้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าผมเป็นพ่อแม่ก็คงทำเช่นนั้น”
เมื่อถูกถามว่าวันที่ 27 ก.พ.52ได้มีการจ่ายเงิน 5 แสนบาทเยียวยาคู่กรณีไปแล้ว และผู้เสียหายก็ถอนแจ้งความไม่ติดใจอะไรแล้ว ทำไมถึงยังมีเรื่องขึ้นศาลกันอยู่ ดาราหนุ่มรีบชี้แจงว่า
“คือมันเป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งผมก็ไม่ได้ต้องการจะหลีกหนี ก็อยากทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย ตามทำนองคลองธรรมแค่นั้น มันเป็นส่วนในการพิจารณาตัดสินของศาล ท่านก็มีเมตตาในการตัดสินเราอยู่แล้ว ซึ่งเราก็โล่งใจ และเราก็รู้สึกไม่ดีเสียใจมากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย แต่ในเรื่องของกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ความถูกต้องก็ต้องเป็นไปตามความถูกต้อง”
“และผมจะไม่สู้คดีต่อ คือเรื่องนี้จบแล้วศาลตัดสินแล้ว ผมไม่ขอรื้อฟื้นไม่ขอสู้ต่อ เราเสียใจจริงๆ เราไม่ได้มีเจตนา ดังนั้นเรื่องจบก็ดีแล้ว หลังจากนี้ผมต้องมีไปรายงานตัวกับกรมควบคุมความประพฤติ 4 ครั้งเป็นเวลา 1 ปี จะเริ่มรายงานตัวเมื่อไหร่ยังไม่ทราบ ส่วนคู่กรณีถามว่าได้มีการพูดคุยกันไหม เราเป็นเพื่อนกันมาพักหนึ่งแล้วครับ ตอนนี้ก็พูดคุยเป็นเพื่อนกันอยู่”
ดาราหนุ่มกล่าวยอมรับว่ารู้สึกเครียดหลังตกเป็นข่าว พร้อมเผยเรื่องดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบกับงาน และยันไม่ใช่คนอารมณ์ร้ายตามที่หลายคนมอง
“หลังมีข่าวออกมายอมรับว่าผมเครียดนิดหน่อย แต่เราก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน เราเป็นลูกผู้ชายรู้สึกว่าทำอะไรก็ต้องยอมรับในผลของสิ่งที่ตามมา แต่ด้วยความที่เราไม่เจตนาศาลท่านก็เมตตา แล้วเราก็ไม่มีอะไรต่อกัน ผมก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น คิดว่าอยากขอโทษประชาชนและแฟนละครที่ทำให้รู้สึกไม่ดีกับตัวผม แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากเจตนาจะหวังมุ่งทำร้ายเขา”
“เรื่องของผลกระทบกับงานจริงๆ เราได้ปรึกษาเรื่องนี้กับทางเอ็กแซ็กท์มานานแล้ว เพราะมันเป็นคดีค่อนข้างนาน แต่เราก็พยายามทำให้เรื่องไม่เอิกเกริก เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ดี ก็แล้วแต่ทางเอ็กแซ็กท์ว่าจะกรุณาต่อไปไหม แต่ตอนนี้พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ยังไม่มีท่าทีหรือฟีดแบคว่าจะถอดถอน คือแล้วแต่ผู้ใหญ่ละกันผมไม่ทราบ”
“ส่วนคนที่มองว่าผมเป็นคนอารมณ์ร้ายไปแล้ว คือด้วยความที่ตอนนั้นเป็นวัยรุ่นด้วย แต่ถ้าหลายคนรู้จักผม ก็จะรู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนใจร้อนอะไรขนาดนั้น และอย่างที่บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปทำร้ายเขา และโดยพื้นฐานอารมณ์พี่ๆ นักข่าวก็รู้จักผมว่า ผมไม่เคยอารมณ์เสียหรือเหวี่ยงใส่นักข่าวอยู่แล้ว”
นอกจากนี้ “ณัฏฐ์” ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังแนะวัยรุ่นให้ดูเรื่องตนเป็นตัวอย่าง เวลาทะเลาะกันควรคุยด้วยเหตุผล
“ผมอยากฝากไว้กับวัยรุ่นทุกคนว่า ควรจะคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ คือมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วของวัยรุ่นที่จะทะเลาะกัน แต่ยังไงก็แล้วแต่อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม เป็นบทเรียนเพื่อที่จะสอน และเตือนวัยรุ่นว่าเวลามีเรื่องทะเลาะกันให้พูดคุยกันดีๆ และอยากฝากถึงแฟนละครทุกคนที่อาจรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ก็อยากขอโทษและขอยืนยันว่าผมไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร และขอให้ทุกคนให้โอกาสผมอีกครั้ง”
ที่มา : ผู้จัดการ
แต่ภาพของผู้หญิงที่ปรากฏตามสื่อ น่วนซะขนาดนั้น
เฮ้อ... เลวได้อีก
น่าตัวเมียได้ใจ
อยากมีผัวรวย ก็ต้องทนมือทนตรีนหน่อยดิ